ไอเดียงานศิลปะ Silo Mural เพิ่มมูลค่าให้ชุมชน Coonalpyn รัฐออสเตรเลียใต้

ภาพวาดบนถังเก็บข้าวเปลือก Silo Mural

Coonalpyn เป็นชื่อเมืองเล็ก ๆ ที่ออกเสียงยาก ถามฝรั่ง ฝรั่งก็ยังงง ฮ่า ๆ ๆ ขอออกเสียงแบบเดา ๆ นะว่า "คูนัลพิน" เอาเป็นว่า เราข้ามเรื่องการออกเสียงชื่อเมืองกันไปก่อน ไปดูกันดีกว่าว่า วันนี้ฉันหยิบยกเมืองคูนัลพินนี้ขึ้นมาพูดถึงทำไมกันนะ

คูนัลพินเป็นชุมชนเล็ก ๆ อยู่ในรัฐออสเตรเลียใต้ ห่างจากเมืองเอเดอเลทเมืองหลวงของรัฐ ประมาณ 143 กิโลเมตร เป็นเมืองที่แทบจะไม่มีใครรู้จักเอาซะเลย นอกจากชื่อเมืองที่ออกเสียงยากแล้ว เมืองนี้ยังไม่มีอะไรน่าสนใจอีกด้วย อ้าว...แล้วฉันจะมีอะไรมาเล่ากันละเนี่ย ??

เรื่องของเรื่องก็คือ เมืองคูนัลพินเป็นเมืองทางผ่าน มีทางหลวง Western Hwy ตัดผ่าน ผู้คนที่เดินทางโดยรถยนต์ระหว่างรัฐวิคตอเรียและรัฐออสเตรเลียใต้จะต้องใช้ทางหลวงเส้นนี้และจะขับผ่านเมืองคูนัลพิน ผ่านแบบผ่านแล้วผ่านเลย ไม่เคยมีใครสนใจที่จะจอดแวะ อย่างมากก็จอดเข้าห้องน้ำแล้วไปต่อ

เมืองคูนัลพินมีประชากรรวมเพียง 353 คน และมีประมาณ 195 คนที่อาศัยอยู่ในตัวเมือง ที่เหลือกระจัดกระจายอยู่ตามฟาร์ม (ข้อมูลอัพเดทเมื่อปี 2016 จากวิกิพีเดีย) ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม เคราะห์ซ้ำกรรมซัด คูนัลพินประสบทั้งปัญหาภัยแล้งและปัญหาเศรษฐกิจอีกด้วย

แต่ด้วยความฉลาดของผู้นำชุมชนแห่งนี้ ผู้นำได้ร่วมมือกันกับคนในชุมชน มองหาโอกาสในวิกฤตของตัวเอง เกิดเป็นไอเดียคิดสร้างงานศิลปะขึ้นมา เพื่อให้เมืองเล็ก ๆ ที่ว่างเปล่าแห่งนี้ดูสวยงามและดึงดูดความสนใจของผู้ที่เดินทางผ่านไปผ่านมา

หนึ่งในงานศิลปะชิ้นสำคัญที่ได้มีการสร้างสรรค์ขึ้นมาก็คือ การเพ้นท์ภาพบนถังเก็บข้าวเปลือก (ข้าวบาร์เลย์) สูง 30 เมตร หรือที่เรียกกันว่า Silo Mural (การวาดภาพจิตรกรรมบนถังไซโล)

โครงการสร้างงานศิลปะเพ้นท์ถังเก็บข้าวเปลือกนี้ ได้ศิลปินชื่อดังชาวบริสเบน, ออสเตรเลีย Guido Van Helten มาสร้างสรรค์ผลงานให้ ซึ่งกุยโดเป็นศิลปินสร้างงานกราฟฟิตีที่มีชื่อเสียงมากคนหนึ่งของออสเตรเลีย

ภาพวาดโดย Guido Van Helten

ครั้งนี้ กุยโดทำงานโดยการคัดเลือกเด็ก ๆ จำนวน 5 คนจากโรงเรียนประถมในชุมชนมาเป็นแบบภาพวาด ใช้สีสเปรย์ 200 กระป๋อง ผสมกับสีทาธรรมดา ออกแบบภาพวาดภายใต้ความคิดหรือคอนเซ็ปต์ที่ว่า Hope for the Future หรือ ความหวังเพื่ออนาคต ใช้เวลารวมทั้งหมด 6 สัปดาห์ในการทำงาน และแล้วเสร็จเมื่อเดือนมีนาคม ปี 2017 หรือเมื่อ 3 ปีที่ผ่านมานี่เอง

เด็ก ๆ ทั้ง 5 คนที่เป็นแบบภาพวาด

แต่นับตั้งแต่นั้นมา "คูนัลพิน" ก็ไม่ใช่เมืองผ่านอีกต่อไป คูนัลพินกลายเป็นจุดเช็คอิน จุดต้องจอด ที่ใครขับรถผ่านไปผ่านมาก็ต้องแวะดู แวะเก็บภาพเป็นที่ระลึก ไม่เพียงแค่นั้น ร้านค้า ร้านกาแฟ และร้านขายของที่ระลึกที่เคยเงียบเหงา กลับกลายมาคึกคัก คนในชุมชนเริ่มมีอาชีพใหม่ และทางชุมชนยังพัฒนาต่อให้มีเส้นทางเดินท่องเที่ยวดูงานศิลปะอื่น ๆ ในตัวเมืองอีกด้วย

ใครที่จะเดินทางระหว่างเมืองเมลเบิร์นและเอเดอเลท ฉันรับรองว่าคุณจะไม่พลาดขับรถเลยผ่านคูนัลพินอีกต่อไปแล้ว คุณจะต้องสะดุดตากับภาพวาดบนถังเก็บข้าวเปลือกขนาดใหญ่ที่ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ริมทางหลวงเวสเทิร์นไฮเวย์ และเมื่อไปถึงก็อย่าลืมแวะอุดหนุนร้านอาหาร ร้านกาแฟ และร้านขายของที่ระลึกของชาวบ้านในชุมชนกันด้วย ใครมีเวลาจะแวะพักที่คูนัลพินสักคืนก็น่าจะดี จะได้มีเวลาเดินเที่ยวชมรอบ ๆ และยิ่งถ้าคุณเป็นคนรักงานศิลปะด้วยแล้วละก็ ต้องไม่พลาดไปเดินเส้นทางงานศิลปะรอบเมือง ซึ่งฉันเองยังไม่ได้มีโอกาสไปเดินเพราะต้องรีบเดินทางต่อ แต่คราวหน้าจะไม่พลาด จะหาเวลาอยู่นาน ๆ อย่างแน่นอน

ถ่ายภาพเป็นที่ระลึก

และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องเล่าจากออสเตรเลียที่ฉันมีมาฝากกันในวันนี้ เรื่องราวของเมืองเงียบเหงาที่ใช้งานศิลปะมาทำให้กลับกลายมาเป็นเมืองที่ใคร ๆ ก็อยากไปเห็นให้ได้สักครั้ง เมืองที่มีชื่อเรียกยาก ๆ ว่า "คูนัลพิน"

ภาพประกอบโดยผู้เขียนเคยเผยแพร่ในเฟซบุ๊ก Yuy Anatta

Writer



เรียนและรักษ์ภาษาไทย ชอบออกไปดู ไปดม ไปชมโลกด้วยความหลงใหลแล้วนำกลับมาเล่า


เจ้าของผลงาน E-Book


เที่ยวเมลเบิร์นด้วยตัวเองไปกับรถรางสาย 35

  

ติดตามผลงานอื่น ๆ ได้ที่  

          

           

ความคิดเห็น