Miranda Gibson นักต่อสู้ กินนอนบนต้นไม้ 449 วัน เพื่อปกป้องผืนป่าแทสมาเนีย

Miranda Gibson นักต่อสู้ กินนอนบนต้นไม้ 449 วัน

ขณะที่นั่งจิบชาอยู่ริมหน้าต่าง ในวันที่ลมแรงจัดจนไม่อาจเปิดประตูบ้านออกไปข้างนอกได้ ฉันหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเลื่อนดูฟีดต่าง ๆ ว่ามีข่าวสารความเคลื่อนไหวอะไรในบ้านเมือง ทั้งไทยและออสเตรเลียกันบ้าง

ปัดหน้าจอไปเรื่อย ๆ ก็เห็นข่าวเกี่ยวกับการรำลึก 30 ปีการจากไปของคุณสืบ นาคะเสถียร นักอนุรักษ์ผู้ที่สละชีวิตตัวเองเพื่อปกป้องผืนป่าห้วยขาแข้ง ถามว่าการตายของคุณสืบ จะช่วยอนุรักษ์ป่าได้อย่างไร ? การตายของคุณสืบไม่ได้ช่วยรักษาผืนป่า แต่มันทำให้มีคนหันมามองและช่วยกันสืบทอดเจตนารมณ์ที่จะปกป้องผืนป่าเอาไว้ต่างหาก ถ้าไม่มีการตายของคุณสืบในวันนั้น เราอาจไม่ได้เห็นผืนป่าทุ่งใหญ่นเรศวรในวันนี้
จากเรื่องราวของคุณสืบ ก็ทำให้นึกไปถึง นักอนุรักษ์สาวชาวออสซี่คนหนึ่งที่พยายามปกป้องผืนป่าเอาไว้เช่นกัน เพียงแต่วิธีการของเธอไม่ได้รวดเร็วเหมือนกับไม้ขีดจุดไฟเผาตัวเองเพื่อให้คนหันมามอง ตรงกันข้าม วิธีการของเธอกลับยาวนานเหลือเกิน ยาวนานจนทำลายสถิติกันเลยทีเดียว
เธอ คนที่ฉันพูดถึงนี้ก็คือ Miranda Gibson เธอได้ทำลายสถิติการปีนขึ้นไปนั่งอยู่บนต้นไม้เพื่อหยุดยั้งการตัดป่าดิบชื้นทางใต้ของรัฐแทสมาเนีย โดยเธอนั่งอยู่บนต้นไม้นั้นเป็นเวลา 449 วัน หรือยาวนานถึง 15 เดือนเลยทีเดียว และถือว่ายาวนานสุดเท่าที่มีบันทึกอยู่ในประวัติศาสตร์ของประเทศออสเตรเลีย

บนต้นยูคาลิปตัสสูง 60 เมตร

ต้องเล่าย้อนไปในช่วงปี 2011 ฉันเพิ่งย้ายบ้านจากตัวเมืองเมลเบิร์นออกไปอยู่แถบชานเมืองที่ฉันอาศัยอยู่ ณ ปัจจุบันนี้ได้ไม่นานนัก ในตอนนั้น ป่าไม้แถว ๆ บริเวณไม่ไกลจากบ้านที่ฉันย้ายไปอยู่ มีการให้สัมปทานตัดไม้จากรัฐบาล ซึ่งแน่นอน ประชาชนในพื้นที่บางส่วนไม่เห็นด้วย จึงมีการรวมตัวกันประท้วง ฉันเองก็ได้มีโอกาสไปร่วมฟังการบรรยาย และมีโอกาสได้ไปเยี่ยมเยียนที่ค่ายผู้ประท้วงด้วย 

สิ่งที่ฉันได้เห็นก็คือ เขาจะแบ่งงานกันออกเป็น 2 ส่วน ส่วนหนึ่งจะดำเนินการทางด้านเอกสาร ยื่นเรื่องประท้วงไปทางรัฐบาล อีกส่วนหนึ่งจะอยู่ในพื้นที่ จะมีคนที่เป็นอาสาสมัครแอบปีนขึ้นไปบนต้นไม้ในตอนเช้าตรู่ แล้วผูกตัวเองอยู่บนนั้น เพื่อที่ในเวลาที่พนักงานตัดไม้เข้ามาทำงานในพื้นที่ เขาจะไม่สามารถตัดต้นไม้ได้ เนื่องจากมีคนอยู่บนต้นไม้ และจะอยู่อย่างนั้นตลอดวันจนกว่าพนักงานตัดไม้จะกลับไป พวกเขาจึงจะกลับลงพื้นเพื่อมาพักผ่อน และปีนกลับขึ้นไปใหม่ในเช้าวันรุ่งขึ้น เป็นการถ่วงเวลาการทำงานของบริษัทตัดป่า ในระหว่างที่มีการยื่นเอกสารทักท้วงไปยังรัฐบาล

ทีมอาสาสมัครปีนต้นไม้เหล่านั้นมีชื่อเรียกว่า "พอสซั่ม" พอสซั่มคือสัตว์พื้นเมืองชนิดหนึ่งของออสเตรเลีย รูปร่างคล้ายกระรอกแต่ตัวใหญ่กว่ามาก ปีนต้นไม้เก่ง เป็นสัตว์ที่ออกหากินกลางคืนและนอนตอนกลางวัน จึงเปรียบให้อาสาสมัครปีนต้นไม้เป็นพอสซั่มที่ขึ้นไปนอนเฉย ๆ บนต้นไม้ในเวลากลางวัน

และในเวลาเดียวกันนั้นเอง ที่รัฐแทสมาเนีย ซึ่งเป็นรัฐที่มีพื้นที่ป่าอุดมสมบูรณ์มากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก จนได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโก้ให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ ที่นั่นก็มีการให้สัมปทานตัดป่าเช่นกัน และ Miranda Gibson คือพอสซั่มของป่าแทสมาเนีย แต่ต่างกันตรงที่ เธอปีนขึ้นไปแล้ว และตั้งใจที่จะไม่ลงจากต้นไม้จนกว่าจะมีการยกเลิกสัมปทานตัดป่าดังกล่าว

มิแรนด้าบนแคร่และถุงนอนกับผ้าพลาสติกกันฝน

วันที่ 14 ธันวาคม 2011 มิแรนด้าปีนขึ้นไปอยู่บนยูคาลิปตัสต้นสูงใหญ่ใจกลางป่าดิบชื้นทางใต้ของแทสมาเนีย เพื่อปกป้องป่าผืนนั้นจากสัมปทานตัดป่าของบริษัท Malaysian company และเริ่มเขียนแคมเปญผ่านบล็อกบอกเล่าเรื่องราวดังกล่าว ในเวลาเพียงแค่ 3 เดือน มีผู้เข้าชมบล็อกของเธอมากถึง 50,000 ผู้เข้าชม 
มิแรนด้ามีแผ่นไม้กระดานขนาด 3 x 3 เมตร ผูกเป็นแคร่สำหรับนั่งอยู่บนยอดไม้สูง 60 เมตร ตัวเธอคาดเข็มขัดนิรภัยซึ่งผูกติดอยู่กับต้นไม้เพื่อความปลอดภัย ในตลอดระยะเวลาที่อยู่บนต้นไม้ เธอต้องผ่านทุกฤดูกาล ไม่ว่าจะเป็นร้อน ฝน หนาว และหิมะตก มีเพียงถุงนอนและแผ่นผ้าใบกันฝนเท่านั้น แต่อย่างไรก็ตาม เธอไม่ได้อยู่โดดเดี่ยว มีทีมผู้ให้ความสนับสนุนคอยไปให้ความช่วยเหลือ ส่งอาหาร ส่งเครื่องใช้จำเป็นไปให้ รวมถึงไปติดแผงโซลาร์เซลล์ผลิตไฟ เพื่อช่วยให้เธอเขียนบล็อกและถ่ายทำวิดีโอได้สะดวกขึ้น ภายหลังมีคนเอาโซฟาชักรอกขึ้นไปให้เธอใช้นั่งด้วย น่ารักจัง

หิมะตก มิแรนด้าก็ยังอยู่บนต้นไม้

ในวันครบรอบ 1 ปีที่เธอนั่งอยู่บนต้นไม้โดยไม่ลงมาเลยนั้น เธอได้รับคำขอบคุณจาก Nick Cave ศิลปินผู้มีชื่อเสียงอันดับต้น ๆ ของออสเตรเลีย (กรี๊ด ๆ ฉันเป็น FC พี่นิค เคฟ ค่ะ) รวมถึงศิลปินนักร้องนักดนตรีของออสเตรเลียอีกหลายต่อหลายคน ต่างก็ส่งคำขอบคุณถึงเธอด้วย ในระหว่างที่เธออยู่บนต้นไม้นั้น มีผู้คนทะยอยไปเยี่ยมเธอมากมาย รวมถึงพ่อของเธอที่แต่งตัวเป็นซานตาครอสปีนเอาของขวัญขึ้นไปให้ในวันคริสต์มาส และแม่ของเธอเองก็ปีนขึ้นไปอยู่กับลูกสาวนานถึง 4 วัน

แซนตาครอสกับถุงของขวัญ

คุณพ่อในชุดแซนตาครอส

อย่างไรก็ตาม มิแรนด้าต้องลงจากต้นไม้ในวันที่ 13 มีนาคม ปี 2012 หลังจากอยู่บนต้นไม้ยาวนานถึง 449 วัน ด้วยเหตุที่เกิดมีไฟป่าไม่ห่างจากต้นไม้ที่เธออยู่ ทำให้เธอต้องลงมาจากต้นไม้ด้วยความไม่เต็มใจ
ต่อมาในเดือนมิถุนายน ปี ค.ศ. 2013 ได้มีการประกาศขยายพื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติแทสมาเนีย (Tasmania's Wilderness World Heritage Area) ให้กว้างขึ้น และครอบคลุมไปถึงพื้นที่บริเวณต้นไม้ต้นที่มิแรนด้าเคยนั่งอยู่ ทำให้ต้นไม้บริเวณนั้นปลอดภัยจากสัมปทานตัดป่า ซึ่งมิแรนด้าเองก็ได้กล่าวว่า เธอตั้งใจจะกลับไปนั่งบนต้นไม้อีกครั้ง ถ้ายังไม่มีการประกาศขยายพื้นที่ป่ามรดกโลกดังกล่าว แต่อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ต้นไม้ในบริเวณนั้นปลอดภัยแล้ว แต่ยังมีผืนป่าอีกหลายแห่งในแทสมาเนียที่ต้องการความช่วยเหลือ

มิแรนด้ากลับไปที่ต้นไม้อีกครั้งเมื่อพื้นที่ป่าบริเวณนั้นได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลก

ฉันหลงรักแทสมาเนีย ไปแทสมาเนียหลายต่อหลายครั้ง ทั้งไปเที่ยวและไปทำงาน และตั้งใจไว้ว่า มีโอกาสเมื่อไหร่จะต้องไปเดินไฮกิ้งในผืนป่าแทสมาเนียให้ได้สักครั้งหนึ่งในชีวิต ฉันมีภาพตอนที่ไปเที่ยวที่อุทยานแห่งชาติ Cradle Mountain ซึ่งอยู่ในบริเวณพื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติของแทสมาเนีย มาฝากกันด้วย 
คลิป สำรวจ Cradel Mountain มรดกโลกทางธรรมชาติ


และถ้ามีโอกาสได้ไปเดินป่าแทสมาเนียอีกเมื่อไหร่ จะไม่พลาดเก็บเรื่องราวมาเล่าสู่กันฟังอีกแน่นอน
สุดท้าย ขอขอบคุณทั้งคุณสืบ นาคะเสถียร, Miranda Gibson, เหล่าพอสซั่ม, และทุก ๆ คนที่มีส่วนร่วมช่วยกันรักษาป่าเอาไว้ให้เป็นมรดกแก่ลูกหลานตราบนานเท่านาน ขอบคุณค่ะ

ภาพประกอบ : ภาพจับหน้าจอจากวิดีโอในบล็อก Miranda's Daily Blog

Writer



เรียนและรักษ์ภาษาไทย ชอบออกไปดู ไปดม ไปชมโลกด้วยความหลงใหลแล้วนำกลับมาเล่า


เจ้าของผลงาน E-Book 


เที่ยวเมลเบิร์นด้วยตัวเองไปกับรถรางสาย 35

  

ติดตามผลงานอื่น ๆ ได้ที่  

          

           

ความคิดเห็น

  1. อ่านแล้วลุ้นไปด้วยค่ะ อยู่บนต้นไม้ตั้งปีกว่า สุดยอดเลยค่ะ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. สุดยอดจริงค่ะ นับถือน้ำใจจริง ๆ

      ลบ
  2. น่าประทับใจ ยกนิ้วให้เลย คนที่ทำเพื่อคนอื่น

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. อายุยังน้อยด้วยค่ะ ตอนที่ทำเพิ่ง 20 กว่า ๆ

      ลบ
  3. นับถือน้ำใจ นางเด็ดเดี่ยวมุ่งมั่นอดทนมากๆ
    ขอบคุณป้ายุ้ยมากคะ เขียนได้มากๆคะ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ขอบคุณแทนนางนะคะ และขอบคุณที่ชอบของป้ายุ้ยด้วยค่ะ

      ลบ
  4. อ่านแล้วรู้สึกดีจังค่ะ ขอบคุณที่แบ่งปันค่ะ

    ตอบลบ

แสดงความคิดเห็น