พากิน à La Soupe ร้านนี้มีแต่ซุปที่ลักเซมเบิร์ก

à La Soupe, Luxembourg

สวัสดีค่ะคุณผู้อ่าน มาพบกับ "วันนั้นเจอนี่" มนุษย์ป้าผู้ที่จะพาทุกท่านเดินทางไปพบเจอกับเรื่องราวที่น่าหลงใหลกันเช่นเคยนะคะ วันนี้ฉันจะพาพวกเราไปกินซุปกันที่ประเทศลักเซมเบิร์กค่ะ

หลังจากเช็กอินเข้าโรงแรมที่พักใกล้ ๆ กับสถานีรถโดยสารกลางเมืองลักเซมเบิร์กแล้ว ยังมีเวลาอีกเหลือเฟือที่จะเดินสำรวจเมืองกัน เดิน ! ! ! ใช่แล้วค่ะ เดิน... ลักเซมเบิร์กหรือชื่อทางการคือ ราชรัฐลักเซมเบิร์ก (Grand Duchy of Luxembourg) เป็นประเทศเล็ก ๆ เล็กมากไปจนถึงมากที่สุดประเทศหนึ่งของทวีปยุโรป และด้วยความเล็กนี่แหละ ทำให้เราสามารถสำรวจลักเซมเบิร์กได้ด้วยการ "เดิน"


และในการเดินทางของฉันทุกครั้งก็จะยึดคติ กองทัพต้องเดินด้วยท้อง จะเดินเที่ยวให้สนุกได้ ท้องต้องเต็มก่อน ฉันจึงออกเดินไปแบบไม่ได้มีจุดหมายแน่นอน อาศัยเดินตามกลิ่นไปเรื่อย ๆ สนใจตรงไหนก็แวะดู ยังไม่น่าสนใจพอก็ไปต่อ 


เดินเลาะไปเรื่อย ๆ จนผ่านกับจุดที่เป็นคล้าย ๆ ลานกิจกรรมของเมือง เป็นบริเวณที่ร่มรื่น อุดมไปด้วยต้นไม้ ที่นั่ง ร้านรวง และร้านอาหาร แล้วกลิ่นอาหารอะไรสักอย่างก็ลอยมาเตะจมูก หอมซะจนต้องมองหา ก็ไปเห็นร้านอาหาร ตกแต่งหน้าร้านเรียบ ๆ ด้วยช้อนคันโตติดอยู่เหนือประตูทางเข้า ที่กระจกหน้าร้านมีสติกเกอร์ตัวหนังสือเขียนว่า à La Soupe แม้ว่าจะเป็นภาษาฝรั่งเศส แต่ก็พอเดาได้ว่าเป็นชื่อร้านอาหาร และร้านนี้จะต้องขายอาหารประเภท "ซุป"


à La Soupe, Luxembourg

แต่ยังก่อน ท้องของฉันยังไม่ถึงกับร้องโกรกกราก จึงยังไม่ถลำตัวเข้าไปตั้งแต่ตอนแรก ขอเดินต่อไปอีกนิดดีกว่า ก็ไปเดินวน ๆ เจอร้านอาหารฝรั่งบ้าง ร้านกาแฟบ้าง ร้านเค้กบ้าง ร้านอาหารที่เป็นร้านดังระดับโลกก็มีเปิดสาขาอยู่บริเวณนี้ด้วย ยืนหันรีหันขวางสองจิตสองใจอยู่แป๊บนึง ร้านดังก็น่าลอง จะได้เก็บไปโม้ได้ว่าฉันก็เคยกินร้านนี้มาแล้วนะ แต่กลิ่นร้านซุปก็ยังวน ๆ อยู่แถวปลายจมูก สุดท้าย อะไร ๆ ก็พ่ายกลิ่นซุป ขาได้พาฉันเดินกลับไปหยุดอยู่หน้าร้านซุปอีกครั้ง และขาก็พาเดินเข้าไปจนถึงข้างในซะแล้ว

à La Soupe เป็นร้านโล่ง ๆ ตกแต่งเน้นโทนสีขาว - เหลืองสะอาด ฝาผนังด้านหน้าเป็น

กระจกใส มีเคาน์เตอร์อยู่ตรงกลาง และโต๊ะอาหารจัดเรียงอยู่รอบ ๆ ด้านหลังเคาน์เตอร์มีหม้อใบใหญ่ตั้งเรียงรายอยู่ ซึ่งก็เดาได้ว่าเป็นหม้อซุป หญิงสาวหน้าตาน่ารัก 2 คนแต่งกายด้วยชุดเสื้อยืดธรรมดาแต่ก็ดูสะอาดสะอ้าน ด้านบนเหนือเคาน์เตอร์มีป้ายเมนู มีเมนูซุปประเภทต่าง ๆ ให้เลือก


บรรยากาศภายในร้าน à La Soupe


ระหว่างยืนเล็งเมนูอยู่ ก็มีคนเดินเข้ามาสั่งอาหารที่เคาน์เตอร์เป็นระยะ ๆ หญิงสาว 2 คนทำหน้าที่ทั้งรับออเดอร์และทั้งเสิร์ฟด้วย ในขณะที่สายตาของฉันกำลังสะดุดเข้ากับเมนูหนึ่งชื่อว่า Thai soup ก็เป็นเวลาเดียวกันกับ ที่มีผู้ชายฝรั่งใส่สูทคนหนึ่งเดินเข้ามา โดยไม่ต้องอ่านเมนู เขาก็เอ่ยปากสั่งว่า Thai soup ทันที เฮ้ย ๆ ๆ Thai soup นี่คืออะไร ต้องลองสิคะคุณขา รออะไร เดินเข้าไปสั่งทันทีว่า Thai soup


สั่งเสร็จจ่ายเงินเสร็จสรรพเรียบร้อยก็เดินไปหาที่นั่ง ฉันเลือกโต๊ะด้านหน้าริมผนังกระจก นั่งรอสักแค่ 5 นาที สาวสวย 1 ใน 2 คนนั้น ก็เรียกให้ลุกไปรับอาหารที่เคาน์เตอร์


มาแล้ววววววว Thai soup ของฉัน


Thai soup, à La Soupe


น้ำซุปในถ้วยสีจัดจ้าน มองแว้บแรกก็รู้เลยว่าจะต้องมีรสเผ็ด เสิร์ฟคู่มากับขนมปังปิ้ง และน้ำดื่มที่ฉันสั่งเพิ่มมาต่างหาก


พินิจครั้งที่ 2 ทั้งกลิ่นและหน้าตา ก็บอกได้ทันทีว่านี่คือ ต้มยำซุป นั่นเอง เครื่องปรุงมาครบทั้งข่า ตะไคร้ และใบมะกรูด เอาช้อนคนดู ก็เจอเส้นบะหมี่สีเหลืองอยู่ข้างล่าง ถ้าอยู่เมืองไทยละก็ ฉันจะบอกว่า มันคือ มาม่ารสต้มยำ นั่นเอง แต่จริง ๆ แล้ว มันก็คือ ซุปผักรวม ใส่รสต้มยำของไทย และเสิร์ฟมากับเส้นบะหมี่ค่ะ


บะหมี่ต้มยำซุป à La Soupe


ส่วนรสชาติถือว่าจัดจ้านใช้ได้ ไม่ถึงกับเผ็ดมาก แต่ก็ทำเอาฉันจมูกแดงไปเหมือนกัน หอมกลิ่นตะไคร้ที่ใส่ลงไปแบบไม่หวง (แต่มันกินไม่ได้น่ะ 😆) ขนมปังปิ้งที่เสิร์ฟมาคู่กันเป็นขนมปังซาวโดวจ์ แต่ก็เกือบจะไม่ได้กิน เพราะเส้นบะหมี่ที่อยู่ในซุปก็ทำให้จุกแล้ว ถ้าเลือกสั่งซุปอื่น ฉันน่าจะเอ็นจอยในการฉีกขนมปังจิ้มซุปมากกว่านี้


à La Soupe

สำหรับซุปชนิดอื่นจะเป็นอย่างไรก็ไม่แน่ใจนะคะ เพราะมีโอกาสสั่งได้เพียงถ้วยเดียวก็อิ่มจนจุกไปซะแล้ว ถ้าสั่งมาอีกก็คงกินไม่ลง เลยต้องปล่อยผ่าน แต่กลิ่นนี่บอกเลยชวนกินมากทุกซุปค่ะ

กินซุปเสร็จก็เดินไปหลงวนอยู่ในร้านเบเกอรี่อีกแป๊บนึง ก่อนเดินกลับโรงแรมแบบฟิน ๆ และฉันก็ต้องบอกลาสำหรับวันนี้แต่เพียงเท่านั้น แล้วฉันจะพาไปเจออะไรกันอีก แล้วเราพบกันใหม่ค่ะ


ข้อมูลเพิ่มเติม 


 à La Soupe


ที่ตั้ง : 9 Rue Chimay, Luxembourg City 1333 Luxembourg


ประเภทอาหาร : ยูโรเปี้ยน, ซุป


ได้รับ 4 ดาวจากเวปไซต์ Tripadvisor à La Soupe จากจำนวน 321 รีวิว (ข้อมูลเมื่อวันที่ 23 พ.ย. 2563) 


ภาพประกอบเป็นผลงานของผู้เขียน


Writer



เรียนและรักษ์ภาษาไทย ชอบออกไปดู ไปดม ไปชมโลกด้วยความหลงใหลแล้วนำกลับมาเล่า


เจ้าของผลงาน E-Book 


เที่ยวเมลเบิร์นด้วยตัวเองไปกับรถรางสาย 35

  

ติดตามผลงานอื่น ๆ ได้ที่  

          

           

ความคิดเห็น

  1. ชอบป้ายุ้ยที่พาหลงเลยหลงแบบนี้ชอบๆ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. หลงป้ายุ้ยน้อย ๆ แต่หลงนาน ๆ นะคะ ☺️☺️

      ลบ

แสดงความคิดเห็น