ร้านอาหารสุดชิคในออสเตรเลีย ไม่กำหนดราคา กินแล้วจ่ายตามความรู้สึก

Lentil As Anything ร้านอาหารสุดชิคในออสเตรเลีย

มีคำพูดที่กล่าวกันว่า คนเราเวลาจะสั่งอาหารจากเมนู มักจะมองที่เมนูด้านขวาก่อนว่าราคาเท่าไหร่ แล้วค่อยไปมองเมนูด้านซ้ายเพื่อเลือกว่าจะกินอะไร ไม่ทราบว่าทุกคนเห็นด้วยกับคำพูดประโยคดังกล่าวหรือเปล่าคะ ?

สำหรับฉันเองก็เห็นด้วยกับการวิเคราะห์ปฏิกริยาของคนเราแบบนั้น แน่นอน...ในเมื่อคนส่วนใหญ่ยังมีข้อจำกัดในเรื่องเงินในกระเป๋า เราก็จะต้องดูก่อนว่า เรามีความสามารถที่จะจ่ายออกไปได้ไหม ถ้าอาหารนั้นมีราคาแพงเกินไป เราก็เลือกสั่งเมนูที่ถูกลง แต่วิธีการนั้นใช้ไม่ได้กับร้านอาหารที่ชื่อว่า "Lentil As Anyting" ค่ะ หิวกันรึยังคะ ถ้าหิวก็เร่เข้ามา วันนี้ฉันจะพาไปกินอาหารที่ในเมนูไม่แยกฝั่งซ้ายฝั่งขวา เพราะเป็นร้านที่ไม่มีเมนูฝั่งราคา และแถมยังเป็นร้านอาหารชื่อดังยอดฮิตในเมืองเมลเบิร์น ออสเตรเลียอีกด้วยค่ะ


ภาพจับหน้าจอจาก Lentil As Anything


ย้อนประวัติกันไปเมื่อเดือนกันยายน ในปี 2000 ร้าน Lentil As Anything ถือเกิดขึ้นมาจากความฝันของคุณ Shanaka Fernando ที่ต้องการจะทำอะไรสักอย่างเพื่อช่วยเหลือชุมชนของเขาที่ St.Kilda เมืองเมลเบิร์น ออสเตรเลีย จึงเกิดเป็นร้านอาหารที่มีไอเดียว่า ทุกคนจะต้องมีอาหารในจาน และคุณจะ “pay as you feel” คือ จ่ายเท่าไหร่ก็ได้ตามความรู้สึกว่า ราคาอาหารนั้นควรจะเป็นเท่าไหร่ (*ข้อมูลจากเว็บไซต์ Lentil as anything)


ปัจจุบันร้าน Lentil As Anything พัฒนามาเป็นร้านอาหารมังสวิรัติ (Vegetarian และ Vegan) ที่ผสมผสานวัฒนธรรมอาหารของหลากหลายชนชาติเอาไว้ด้วยกัน แล้วแต่ว่าวันไหนจะทำเมนูอะไร ไม่ว่าจะเป็นอินเดียน ศรีลังกัน ออสซี่ ยูโรเปี้ยน ไทย จีน หรือโบฮีเมี้ยน ขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นอาสาสมัครในการทำอาหารในวันนั้น บางวันฉันไปกินแล้วเจออาหารญี่ปุ่นด้วยก็มี


ปัจจุบันร้านนี้มีอยู่ถึง 4 สาขาด้วยกัน 3 สาขาอยู่ในเมลเบิร์น และอีก 1 สาขาน้องใหม่อยู่ที่ซิดนีย์ สาขาแรกสุดคือสาขา St.Kilda ในเมืองเมลเบิร์น ซึ่งเป็นชุมชนที่อยู่เดิมของคุณ Shanaka Fernando แต่วันนี้ฉันจะพาพวกเราไปหม่ำกันที่สาขา Thornbury ในเมืองเมลเบิร์นเช่นเดียวกันค่ะ


ร้านอาหารในตึก 2 คูหา ตั้งอยู่ริมถนน Hi St, Thornbury ด้านหน้าเป็นตึก 2 คูหา ด้านหลังลึกยาวเข้าไป จัดพื้นที่ร้านเป็นโซน ๆ โซนกาแฟและเครื่องดื่มอยู่ด้านหน้า ถัดไปตรงกลางเป็นส่วนของครัวแบบเปิดสามารถมองเห็นการประกอบอาหาร โซนครอบครัวอยู่ด้านในสุดจะเงียบหน่อย โซนสวนตกแต่งเป็นธรรมชาติ มีเวทีเล็ก ๆ สำหรับการแสดงดนตรีสด และสาขานี้มีมุมขายสินค้าประเภทขนมปังโฮมเมด ผักสด และผลไม้สดออร์แกนิก อีกด้วย (บางสาขาไม่มี ขึ้นอยู่กับพื้นที่ร้าน)


โซนกาแฟและเครื่องดื่ม

บรรยากาศร้าน ตกแต่งแบบชิค ๆ

มุมจำหน่ายผักผลไม้ออร์แกนิก (จ่ายเท่าไหร่ก็ได้)


พนักงานร้านอาหารส่วนหนึ่งเป็นผู้ที่ไม่สามารถหางานที่อื่นทำได้ เช่น ผู้อพยพลี้ภัยที่ยังพูดภาษาอังกฤษไม่คล่อง  พวกเขาจะได้โอกาสทำงานที่นี่ และอีกส่วนหนึ่งเป็นอาสาสมัคร บางคนต้องการช่วยเหลือ บางคนต้องการเรียนรู้การเข้าสังคม บางคนต้องการฝึกทักษะ ทุกคนมีสิทธิเข้าทำงานที่นี่ บางคนเป็นนักท่องเที่ยวที่ไม่ได้รีบเร่งไปต่อ มีเวลาก็มาอาสาช่วยงานเป็นการกุศลก็มีด้วย


เมนูของวันนี้


มาดูเมนูวันนี้กันค่ะ ฉันเลือกสั่งเป็นชุด เป็นชุดแกงอินเดีย 1 ชุด กับชุดลาซานญ่า และตบท้ายด้วยขนมหวานอีก 1 อย่าง ฉันเลือกนั่งที่บาร์ติดกระจกทางด้านหน้าร้านใกล้ ๆ กับซุ้มน้ำปั่นที่มีเครื่องปั่นน้ำผลไม้แรงจักรยานเอาไว้ให้โชว์พลังขา ติดป้ายไว้ราคาน้ำปั่นไว้ว่า Gold dollar coin นั่นหมายความว่าให้บริจาคเป็นเงิน 1 หรือ 2 ดอลล่าร์ก็ได้ เพราะเงินดอลล่าร์ออสเตรเลียจะมีเหรียญทองอยู่ 2 ราคา คือ 1 กับ 2 ดอลล่าร์ค่ะ ระหว่างรออาหารฉันก็ไปออกแรงปั่นสมูทตี้มากิน ปั่นครั้งนึงจะได้ปริมาณ 2 แก้วพอดี ชื่นใจหายเหนื่อย (จากแรงที่ปั่นไป 😂)


จักรยานสมูทตี้

ปั่นแค่ 2 - 3 นาที ก็ได้กินแล้ว

เอ้าชนแก้ว ! ขอบใจคุณลุงที่ปล่อยให้ป้าไปปั่นอยู่คนเดียว


เมื่ออาหารมาเสิร์ฟ ของฉันได้ชุดข้าวแกง มีข้าวบาสมาติ กับแกงอินเดีย 3 อย่าง เสิร์ฟพร้อมกับปาปาดัม ส่วนลุงได้ลาซานญ่าเสิร์ฟมาในเขียงไม้ ปริมาณอาหารกำลังพอดีสำหรับฝรั่ง แต่มากไปนิดสำหรับฉันค่ะ นี่กะจะสั่งอย่างอื่นมาชิมอีกแต่ก็ไม่ไหวแล้ว อาหารที่ได้เป็นอาหารมังสวิรัติที่ไม่ได้ให้ความรู้สึกว่าเป็นมังสวิรัติเลยสักนิด คือ รสชาติดีเหมือนอาหารธรรมดา และรสชาติของอาหารอยู่ในระดับดี ค่อนข้างไปทางอร่อยมาก คือ ถ้าไม่คาดหวังไว้ว่าจะไปกินอาหารระดับมิชลินละก็ ถือว่าอาหารที่นี่ผ่านใช้ได้เลยทีเดียวค่ะ 


ชุดข้าวกับแกงอินเดีย 3 อย่าง + ลาซานญ่า

เค้กอัลมอนต์กับถั่วพีนัทเป็นของหวาน


ทีนี้ก็มาถึงตอนจ่ายเงิน จ่ายยังไงล่ะ ? ในเมื่อคอนเซ็ปต์ของร้านนี้คือ “pay as you feel” ซึ่งทางร้านก็มีไกด์ให้ว่า ราคาต้นทุนของอาหารจะตกอยู่ที่ราว ๆ 12 ดอลล่าร์ต่ออาหารสำหรับ 1 คน แต่ฉันก็มักจะจ่ายเกินทุกครั้งค่ะ ไม่ได้อวดรวยนะคะ แต่เป็นเพราะเงินส่วนเกินนั้นจะไปสมทบเป็นค่าอาหารสำหรับคนที่ไม่สามารถจ่ายถึง 12 ดอลล่าร์ได้ นั่นหมายความว่า ถ้าคุณหิวและจะเดินเข้าไปกินฟรี ๆ ก็ไม่มีใครว่าค่ะ เอาที่สบายใจได้เลย แต่เท่าที่สังเกตจากเพื่อน ๆ ที่เคยไปกินด้วยกัน ทุกคนจะจ่ายเกินค่ะ เพราะเราต่างก็รู้สึกว่า อาหารมื้อนั้น มีคุณค่ามากกว่า 12 ดอลล่าร์แน่นอน และเรายังอยู่ในฐานะที่พอจะจ่ายได้ค่ะ


ตู้หยอดเงินค่าอาหาร หรือจะจ่ายผ่านบัตรก็มีบริการ

สำหรับบรรยากาศร้าน เวลาไปกินเราจะรู้สึกเหมือนไปกินอาหารโรงทานแบบที่บ้านเราไหม ตอบได้เลยว่า "ไม่ค่ะ" ดูจากบรรยากาศการตกแต่ง เป็นร้านอาหารที่ชิค ๆ คูล ๆ เลยทีเดียว จะนัดสังสรรค์กับเพื่อน หรือ ไปนั่งทอดหุ่ยจิบกาแฟชิลล์ ๆ ก็ฟิน หรือไปช่วงดินเนอร์ที่มีการแสดงดนตรีสดก็จะได้อีกบรรยากาศหนึ่งค่ะ


เมื่ออิ่มหนำสำราญกันแล้ว ทีนี้นึกสงสัยกันไหมคะว่า ร้านนี้เกิดขึ้นมาได้อย่างไร และทำอย่างไรถึงมีได้ถึง 4 สาขา เจ้าของคงจะรวยมากละสิ เรามาทำความรู้จักกับเจ้าของร้านนี้กันหน่อยดีกว่าค่ะ


ภาพจับหน้าจอจาก Lentil As Anything


คุณ Shanaka Fernando เจ้าของมูลนิธิ Lentil และเจ้าของร้านอาหาร Lentil As Anything เป็นชาวศรีลังกาที่เป็นผู้ลี้ภัยอพยพมาอยู่ออสเตรเลีย เขาเคยเป็นคนไร้บ้าน พบกับความยากลำบากมาก่อน จึงเกิดความคิดที่จะช่วยเหลือผู้อพยพและคนไร้บ้านด้วยการทำมูลนิธิและร้านอาหารขึ้น ซึ่งร้านนี้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีด้วยความร่วมมือร่วมใจของเหล่าอาสาสมัครและคนกินอาหารทุกคน จนในปี 2007 Shanaka Fernando ได้รับรางวัล The Australian of the Year สาขา "Local Hero Award" ซึ่งเป็นรางวัลสูงสุดของออสเตรเลียที่มอบให้กับคนที่มีคุณงามความดีในด้านต่าง ๆ ในแต่ละปี (*ข้อมูลจาก Wikipedia) และนั่นยิ่งมีผลทำให้ร้าน Lentil As Anything กลายเป็นร้านอาหารแบบคูล ๆ ชิค ๆ ที่ใครมีโอกาสผ่านไปใกล้ ๆ ก็อยากจะแวะอุดหนุน


มีโอกาสไปเมลเบิร์น หรือ ซิดนีย์ ลองแวะกินอาหารที่ Lentil As Anything แล้วดูสิว่า คุณคิดว่าราคาอาหารควรจะเป็นเท่าไหร่ ? แล้วแวะกลับมาเล่าให้ฉันฟังบ้างนะคะ


ร้าน Lentil As Anything ทั้ง 4 สาขา ได้แก่ 

  1. Abbotsford 1 / 3 St Heliers St, Abbotsford, Melbourne, Victoria, 3067 Ph. (03) 9419 6444

https://www.lentilasanything.com/abbotsford


  1. Newtown 391 King St, Newtown, Sydney, New South Wales, 2042 Ph. (02) 8283 5580

https://www.lentilasanything.com/newtown


  1. St. Kilda 41 Blessington St, St Kilda, Melbourne, Victoria, 3182 Ph. 0424 345 368

https://www.lentilasanything.com/st-kilda


  1. Thornbury 562 High St, Thornbury, Melbourne, Victoria, 3071 Ph. 0406 101 181

https://www.lentilasanything.com/thornbury


เอกสารอ้างอิง


: เวปไซต์ Lentil As Anything https://www.lentilasanything.com/


: Wikipedia - Shanaka Fernando https://en.m.wikipedia.org/wiki/Shanaka_Fernando 


ภาพประกอบเป็นผลงานของผู้เขียน

Writer



เรียนและรักษ์ภาษาไทย ชอบออกไปดู ไปดม ไปชมโลกด้วยความหลงใหลแล้วนำกลับมาเล่า


เจ้าของผลงาน E-Book 


เที่ยวเมลเบิร์นด้วยตัวเองไปกับรถรางสาย 35

  

ติดตามผลงานอื่น ๆ ได้ที่  

          

            

ความคิดเห็น

  1. โห!มีร้านแบบนี้ด้วยเหรอคะ /โลกใบนี้น่าอยู่จัง

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. นั่นสิคะ โลกนี้ยังน่าอยู่ค่ะ

      ลบ
  2. เจ้าของร้านใจดีนะคะ เก่งด้วย

    ตอบลบ
  3. น่ารักจังเลยค่ะ อยากให้มีร้านแบบนี้เยอะ ๆ บนโลกใบนี้จังเลยค่ะ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. จริง ๆ ที่ออสมีอีกหลายร้านเลยนะคะที่เอาแนวคิดไปทำค่ะ

      ลบ
  4. อ่านจบแล้วชื่นชมแนวคิดเลยค่ะ Give& Take
    ยิ่งให้ยิ่งได้จริงๆนะคะป้ายุ้ย
    ชอบประโยคนี้มากค่ะ
    ..แต่เท่าที่สังเกตจากเพื่อน ๆ ที่เคยไปกินด้วยกัน ทุกคนจะจ่ายเกินค่ะ เพราะเราต่างก็รู้สึกว่า อาหารมื้อนั้น มีคุณค่ามากกว่า 12 ดอลล่าร์แน่นอน และเรายังอยู่ในฐานะที่พอจะจ่ายได้ค่ะ
    ขอบคุณที่มาแบ่งปันเรื่องราวดีๆค่ะป้ายุ้ย

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. เข้าหลักยิ่งให้ยิ่งได้เลยค่ะ
      นอกจากนี้ที่ไม่ได้เล่าในบทความเพราะคิดว่าจะเขียนเล่าได้อีกบทความใหญ่ ๆ เลย คือ บ้านของเจ้าของร้านนี้ ไม่เคยล็อคประตู แถมเขียนติดหน้าบ้านว่า บ้านไม่ได้ล็อค มีปัญหาอยากได้อะไร เข้าไปช่วยตัวเองได้เลย

      ลบ

แสดงความคิดเห็น