ชีวิตชาวเกาะ โฮมสเตย์ และแหนมเนืองปลาทอด ที่วินห์ลอง เวียดนาม

เมืองวินห์ลอง เวียดนาม

เมื่อการเดินทางเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง แต่ดูเหมือนจะก้าวเท้าผิดข้างตอนออกจากเครื่องบิน จุดหมายของเราในครั้งนี้คือ วินห์ลอง เวียดนามใต้


จากสนามบินดอนเมือง เราเดินทางกันด้วยแอร์เอเชียบินตรงถึงกรุงโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม ในช่วงสาย ๆ ของวัน ทุกอย่างเรียบร้อยราบรื่นดี แต่พอเท้าแตะแผ่นดินเวียดนามเท่านั้นแหละ ความเร้าใจก็มาทันที อุ อุ

เริ่มต้นด้วยการขึ้นแท็กซี่ เพียงแค่เราก้าวออกจากประตูสนามบิน เสียงตะโกนเอะอะวุ่นวาย ของเหล่าบรรดาคนขับรถแท็กซี่เพื่อแย่งชิงลูกค้า ไม่รู้คันไหนของจริงหรือของปลอม ลงทะเบียนกับสนามบินหรือไม่ ตัดสินใจขึ้น 1 คัน เป็นแท็กซี่มิเตอร์แต่ขึ้นไปแล้วไม่ยอมกดมิเตอร์ ฉันเห็นท่าไม่ดี คว้ากระเป๋าสัมภาระใบใหญ่กระโดดลงซะกลางถนน เดินตุปัดตุเป๋ย้อนกลับไปที่หน้าสนามบินอีกครั้งเพื่อหาแท็กซี่ใหม่


ได้แท็กซี่คันใหม่ที่ยอมกดมิเตอร์ให้ บอกจุดหมายปลายทางว่าต้องการไปสถานีรถขนส่ง คนขับแท็กซี่ก็พยายามชวนเราไปที่อื่นแทน โอ้ย ๆ ๆ ฉันจะไปสถานีรถขนส่ง เข้าใจมั้ยยยยยยยยย


เอาเป็นว่า….ตัดภาพอันเลวร้าย ข้ามไปเลยแล้วกัน จากสาย ๆ ของวันนั้น เราใช้เวลาเดินทางกันอีกทั้งวัน แทนที่จะเป็นแค่ 3 ช.ม. โดนหลอกบ้าง โดนไล่ลงจากรถบ้าง แต่สุดท้าย ในค่ำวันนั้นเราก็พาตัวเองไปถึงบริเวณท่าเรือที่จะข้ามฟากไปวินห์ลองจนได้


เรือข้ามฝากวินห์ลอง


ใช่แล้วค่ะ วินห์ลอง เป็นเมืองที่อยู่บริเวณดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง หรือ แม่โขงเดลต้า และคืนนี้เราจะนอนกันที่เกาะแห่งหนึ่งในวินห์ลอง


ที่ท่าเรือ ชายเวียดนามวัยยังไม่ถึงกลางคน ยืนยิ้มเผล่คอยอยู่ เขาเป็นเจ้าของบ้านโฮมสเตย์ที่เราจะไปนอนบ้านเขาในค่ำคืนนี้ บ้านพักโฮมสเตย์ที่ได้ชื่อมาจากหนังสือ Lonely Planet และยังให้เพื่อนคนเวียดนามโทรเช็คให้อีกด้วยว่า น่าจะไว้ใจได้ไหม เพื่อนคนนั้นบอกว่า จากการพูดคุยทางโทรศัพท์ คาดว่าน่าจะเป็นคนดีทีเดียว เราจึงตกลงใจจองที่พักกับเขา 


ชายคนนั้นมีชื่อว่าชาง ชางพาเรานั่งเรือข้ามฝาก และเดินไปที่บ้านของเขาซึ่งอยู่ไม่ห่างจากท่าเรือมากนัก ที่บ้าน ภรรยาและครอบครัวของเขา จัดอาหารค่ำเอาไว้ตอนรับแบบที่คิดว่าจะเลี้ยงทั้งตำบลเอาไว้ตอนรับ พร้อมคำบ่นมาไกล ๆ เป็นภาษาเวียดนาม โดยมีชางแปลให้ได้ความว่า ทำไมมาช้ากันนะเป็นห่วง 


อาหารมื้อแรกที่วินห์ลอง


อาบน้ำอาบท่า กินข้าวเย็นที่อร่อยมากกกกกกก ไม่ใช่เพราะเหนื่อยหรือหิว แต่เพราะเป็นอาหารบ้าน ๆ ประเภทปลา มีแกงและผักสด ๆ มากมาย ความรู้สึกเหมือนได้ขึ้นสวรรค์อีกครั้ง เมื่ออิ่มหนำสำราญดีแล้ว เราก็ขอตัวเข้านอน ห้องนอนของเรา เป็นฟูกบาง ๆ ปูอยู่บนเตียงไม้ และมีมุ้ง 4 หูแขวนไว้ 


ห้องนอนแบบโฮมสเตย์ที่วินห์ลอง


ชางมาปลุกเราตั้งแต่ 6 โมงเช้าเพื่อไปตลาดน้ำ เป็นทริปเรือท่องเที่ยวที่เราได้ติดต่อขอให้ชางช่วยหาไว้ให้ก่อนแล้ว 1 วันเต็ม ๆ กับการสำรวจชีวิตความเป็นอยู่รอบ ๆ แม่โขงเดลต้า  


ตลอดทริปไม่เจอใครพูดอังกฤษได้เลย แม้แต่คุณลุงคนขับเรือของเราก็พูดไม่ได้ ต้องโบกไม้โบกมือทำท่าทำทางกันจนเมื่อย เข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง ระหว่างทางเจอเรือพุ่มพวงที่มีของขายแขวนระโยงระยางข้างลำ เรือพายขายผลไม้สด ๆ จากสวนมีผ่านมาเป็นระยะ ๆ เวลาซื้อของและจ่ายเงิน คนขายจะใช้วิธีเขียนหรือไม่ก็ควักเงินตัวเองออกมาให้ดูว่ามันจะเป็นราคาเท่าไหร่ บางทีก็ต้องเอาเงินด่องเป็นกำ ๆ ออกมาวางแบให้เขาหยิบเอาเลย แต่ไม่มีปัญหานะ ทุกคนจะโชว์ให้เราดูอีกครั้งว่า เขาต้องการธนบัตรแบบนี้กี่ใบ เพื่อให้เราเข้าใจอีกที พอคำนวนเป็นดอลล่าร์แล้ว ก็อยู่ในราคาที่สมเหตุสมผล ไม่เจอว่าใครจะพยายามโกงเรา


เรือพุ่มพวงในแม่โขงเดลต้า เมืองวินห์ลอง


เที่ยวคลองเล็กด้วยเรือแจว


เป็นวิถีชาวบ้านเดิม ๆ ที่ไม่ใช่จัดไว้สำหรับนักท่องเที่ยว คุณลุงคนขับเรือพยายามจะชวนให้ชิมเหล้าขาวหมักเองที่พกมาด้วย ก็ไม่รู้จะบอกยังไงว่าเราไม่ดื่มคร้าบบบ กร๊ากกก..เมื่อยมือแต่สนุกมาก พาไปลงเรือแจวเที่ยวคลองเล็ก พอถึงเวลาอาหารกลางวัน คุณลุงขับเรือพาไปเหมือนบังคับ แต่ก็เพราะพูดกันไม่รู้เรื่องเลยต้องเดินตามไปแบบมึน ๆ คุณลุงพาไปกินอาหารในสวนของบ้านหลังหนึ่ง เจ้าของบ้านจัดแหนมเนืองมาให้ มีปลาทอดตัวใหญ่บึ้ม คุณมัชชี่ลูกชายไม่กินปลา เลยเป็นหน้าที่ของฉันจัดการคนเดียว แต่ผักสด ๆ เก็บจากข้างรั้วถูกใจคนกินมังสวิรัติมาก 


แหนมเนือผักสด ปลาทอด และขนมจีน


เที่ยวเรือกับคุณลุงทั้งวัน กลับถึงที่บ้านของชาง ก็มีอาหารชุดใหญ่เอาไว้รอต้อนรับเราอีกเช่นเคย ลูกชายตัวเล็ก ๆ อายุ 2 ขวบของชางมายืนคอยที่หน้าบ้าน  รอจะเล่นกับพี่มัชชี่ ทำให้เรามีความรู้สึกเหมือนกลับบ้าน อบอุ่น และปลอดภัย โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับเหตุการณ์ที่เราเผชิญกันมาเมื่อวาน มันช่างต่างกันราวฟ้ากับเหว 


เที่ยวคลองเล็ก ๆ ที่วินห์ลอง


ก่อนหลับตานอนลงในมุ้ง 4 หูคืนนี้ ก็หวนคิดไปว่า ผู้คนที่อยู่ใกล้เมืองใหญ่กรุงโฮจิมินส์ซิตี้ เขามีความลำบาก ต้องดิ้นรนกระเสือกกระสน เพราะผลพวงมาจากสงครามที่ถึงแม้จะจบไปนานแล้ว แต่ร่องรอยของความแร้งแค้นยังคงมีให้เห็นอยู่ ผิดกับผู้คนที่วินห์ลอง ยังใช้ชีวิตแบบปกติ ไม่ได้ร่ำรวย แต่พอมีพอกิน อัธยาศัยดี มีน้ำจิตน้ำใจ มีมิตรภาพ บอกเลยว่า ฉันรัก และฉันหลงวินห์ลอง


ป.ล. สำหรับใครที่สนใจไปเที่ยววินห์ลอง แนะนำจากประสบการณ์ส่วนตัวว่าให้บินไปที่สนามบินเกิ่นเทอ (Can Tho) และนั่งรถบัสจากเกิ่นเทอไปวินห์ลอง จะใกล้และปลอดภัยกว่าเดินทางจากโฮจิมินห์ 


ข้อมูลเพิ่มเติม 


วินห์ลอง (Vĩnh Long) : ตั้งอยู่บริเวณแม่น้ำ Cổ Chiên River ซึ่งเป็นแม่น้ำสาขาของแม่น้ำโขง เป็นแหล่งสัมผัสชีวิตแบบชาวเกาะ ตลาดน้ำ และการท่องเที่ยวทางเรือ (ข้อมูลจาก Wikipidia


กิจกรรม : ทัวร์เรือชมแม่โขงเดลต้า, ขี่จักรยานรอบเกาะ, พักโฮมสเตย์


การเดินทาง : โดยรถทัวร์ จากสนามบินเกิ่นเทอ ใช้เวลา 2 ช.ม.

                    โดยรถทัวร์ จากสนามบินโฮจิมินห์ ใช้เวลา 3 ช.ม.


สกุลเงิน : ด่อง (อังกฤษ:Dong,เวียดนาม đồng) คือหน่วยเงินที่ใช้ในประเทศเวียดนาม เราสามารถแลกเปลี่ยนเงินได้ที่ สนามบินเวียดนาม หรือ ธนาคาร โรงแรมที่พัก และ ร้านที่ได้รับอนุญาตให้แลกเงิน ร้านเหล่านี้จะเขียนอักษรสีทอง ว่า “Hieu Vang” หรือ “Hieu Kim Hoan” ควรมีเงิน USD เก็บไว้และค่อย ๆ แลกใช้เมื่อหมด (ข้อมูลจาก Google Sites


เอกสารอ้างอิง


Lonely Planet https://www.lonelyplanet.com/vietnam/mekong-delta/vinh-long


Vĩnh Long Wikipidia https://en.m.wikipedia.org/wiki/V%C4%A9nh_Long


ภาพประกอบเป็นผลงานของผู้เขียนเคยเผยแพร่ในเฟซบุ๊ก Yuy Anatta


Writer



เรียนและรักษ์ภาษาไทย ชอบออกไปดู ไปดม ไปชมโลกด้วยความหลงใหลแล้วนำกลับมาเล่า


เจ้าของผลงาน E-Book 


เที่ยวเมลเบิร์นด้วยตัวเองไปกับรถรางสาย 35

  

ติดตามผลงานอื่น ๆ ได้ที่  

          

           

ความคิดเห็น