เหตุผลที่ผู้คนนิยมไปจัดงานแต่งงานที่ฮาวาย

ทำไมผู้คนนิยมไปจัดงานแต่งงานที่ฮาวาย ?

งานแต่งง่นที่ฮาวาย

อาโลฮ่า...วันนี้ฉันไม่ได้มาขายพัดลมนะคะ แต่นี่เป็นคำทักทายของชาวฮาวายเอี้ยน วันนั้นเจอนี่ จะมาพาเพื่อน ๆ คุณผู้อ่านไปหลงใหล หมู่เกาะที่สวยงามกลางมหาสมุทรแปซิฟิกที่ชื่อว่า "ฮาวาย" ไปด้วยกันค่ะ และไปดูสิว่า ทามม้าย...ทำไม เขาถึงนิยมไปจัดงานแต่งงานที่ฮาวายกันจัง 

เมื่อได้รับอีเมลการ์ดเชิญให้ไปร่วมงานแต่งงานจากน้องสาวที่เป็นญาติสนิทคนหนึ่งของฉัน ฉันงี้ทั้งตื่นเต้นยินดีในข่าวดีนี้ และความตื่นเต้นยิ่งเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ เมื่อในการ์ดระบุสถานที่ว่า งานแต่งงานของเธอจะจัดขึ้นที่เมือง Honolulu เกาะ Oahu รัฐ Hawaii ทั้งตื่นเต้นเรื่องงานแต่งงาน และตื่นเต้นที่จะได้ไปฮาวายด้วยค่ะ


เชื่อว่าหลาย ๆ คนอาจจะยังอาจเข้าใจสับสนเกี่ยวกับชื่อเรียกหมู่เกาะฮาวาย โดยเข้าใจว่าเกาะที่เป็นที่ตั้งของเมืองหลวงฮอนโนลูลู คือเกาะฮาวาย ตอนแรกฉันก็เข้าใจเช่นนั้นเหมือนกัน แต่จริง ๆ แล้ว ฮาวายเป็นชื่อของรัฐหนึ่งในประเทศสหรัฐอเมริกา ประกอบไปด้วยหมู่เกาะใหญ่น้อยมากมาย มีเมืองหลวงชื่อ Honolulu ซึ่งตั้งอยู่บนเกาะ Oahu ที่ฉันจะไปร่วมงานแต่งงานนี่ละค่ะ แต่ฉันก็จะขอเรียกรวม ๆ ตามความเข้าใจของคนส่วนใหญ่ว่า "ฮาวาย" นะคะ


การเดินทางจากเมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย ที่ฉันอาศัยอยู่ไปถึงฮาวาย ใช้เวลาเดินทางประมาณ 11 ช.ม. โดยบินไปลงที่สนามบิน Honolulu เกาะ Oahu ในขณะที่ถ้าบินไปจากประเทศไทยจะใช้เวลาประมาณ 17 ชั่วโมงครึ่งค่ะ


ก่อนไปฉันก็ต้องขออนุญาตเข้าประเทศอเมริกาก่อน เพราะฉันถือสัญชาติออสเตรเลี่ยน ใช้พาสปอร์ตของออสเตรเลีย จึงสามารถเดินทางไปอเมริกาและอาศัยอยู่ได้ 90 วันโดยไม่ต้องขอวีซ่า แต่ต้องทำเรื่องกรอกข้อมูลออนไลน์เพื่อขออนุญาตเข้าประเทศตามโปรแกรม ESTA แต่สำหรับคนไทย การไปฮาวายต้องขอวีซ่าเข้าประเทศอเมริกาค่ะ


เมื่อใกล้ถึงฮาวาย พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินนำใบ ต.ม. หรือใบตรวจคนเข้าเมืองมาแจกจ่ายให้กรอก ซึ่งก็จะเป็นข้อมูลทั่วไปคล้าย ๆ ใบ ต.ม. ของเกือบทุกประเทศ แต่มีที่ต่างคือ ในใบมีการสอบถามเหตุผลของการเดินทางไปฮาวาย โดยมีตัวเลือกเอาไว้ให้เรากา ที่ฉันจำได้ว่า ข้อ 1 คือ ไปฮันนีมูน ส่วนข้อ 2 คือ ไปแต่งงาน นี่แสดงว่าการไปฮันนีมูนกับแต่งงานที่ฮาวายเป็นเหตุผลยอดนิยมจนขึ้นอันดับในใบตรวจคนเข้าเมืองเลยทีเดียว


เมื่อเดินทางถึง การผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองค่อนข้างง่าย เจ้าหน้าที่ตรวจพาสปอร์ตและปล่อยผ่านทันที ไม่เหมือนกับการเดินทางไปอเมริกาแผ่นดินใหญ่ที่จะตรวจสอบเข้มกว่า


ออกจากสนามบินฉันก็นั่งแท็กซี่จากสนามบินไปยังคอนโดมิเนียมที่น้องสาวจองไว้ให้เรียบร้อยแล้ว อยู่ไม่ห่างจากสนามบินมากนัก และอยู่ใกล้ชายหาด Waikiki ชายหาดที่เป็นสวรรค์ของนักเล่นกระดานโต้คลื่น สำหรับคนไม่เล่นกระดานโต้คลื่น Waikiki ก็ยังถือเป็นหาดสวรรค์ด้วยเช่นกัน


คอนโดนี้ดีมาก ๆ และมีหลายแห่งให้เลือกในบริเวณใกล้เคียงกัน ซึ่งน้องสาวจองแบบเหมา นั่นหมายความว่า เหมาะมากสำหรับชาวคณะที่จะเดินทางไปร่วมงานแต่งงาน ไปกันหลาย ๆ คน จองเหมาคอนโดอยู่ด้วยกันไปเลย สะดวกสบาย อำนวยความสะดวกให้กับคณะแต่งงานเป็นอย่างดีค่ะ


แต่ละห้องของคอนโดก็หรูอยู่สบาย ป้าได้แบบ 1 ห้องนอน 1 ห้องนั่งเล่น และห้องครัวที่กว้างขวาง (กว้างกว่าที่บ้านตัวเองซะอีก ฮา) แถมราคายังไม่แพง คือเป็นเรทราคาคอนโด แต่ได้บริการแบบโรงแรม แจ่มจริง ๆ


ห้องพักแบบคอนโดมิเนี่ยมที่ฮาวาย


หลังจากนอนพักเอาแรง วันรุ่งขึ้น เราใช้เวลาช่วงบ่ายไปสำรวจชายหาด Waikiki และเล่นน้ำทะเลกัน


ชายหาด Waikiki

สาย ๆ ของวันรุ่งขึ้นซึ่งเป็นวันแต่งงาน ลีมูซีนหรูคันยาวเหยียด 3 คันจอดเรียงอยู่หน้าที่พักของเรา เพื่อรับเจ้าบ่าว - เจ้าสาว และผู้ร่วมงานทั้งหมดไปยังสถานที่ประกอบพิธีแต่งงาน ซึ่งก็คือริมชายหาดแห่งหนึ่งไม่ไกลจากที่พักมากนัก


ลีมูซีนสำหรับเจ้าบ่าว - เจ้าสาว

เจ้าหน้าที่ทำพิธีแต่งงานตามประเพณีของศาสนาคริสต์ เจ้าบ่าวและเจ้าสาวสวมแหวนแต่งงานให้กันและกันท่ามกลางฉากหลังอันโรแมนติก จดทะเบียนสมรส โดยมีผืนน้ำสีฟ้าของมหาสมุทรแปซิฟิกเป็นสักขีพยาน


พิธีแต่งงานริมทะเล

หลังจากเสร็จพิธี ลีมูซีนก็พาพวกเราไปส่งยังร้านอาหารแห่งหนึ่งเพื่อกินอาหารกลางวันร่วมกัน เป็นร้านอาหารสไตล์เม็กซิกัน จัดพื้นที่ไว้สำหรับคณะแต่งงานโดยเฉพาะ และดูเหมือนจะไม่มีอะไรรีบร้อน เราใช้เวลาในร้านอาหารนั้นได้อย่างเต็มที่ และลีมูซีนก็ยังคงรอรับเราเพื่อที่จะส่งกลับที่พัก


เวลคัมดริ้งค์จากร้านอาหาร

มีเวลาพักผ่อนในตอนบ่ายอีกนิดหน่อยก่อนที่จะรวมตัวกันอีกครั้ง คราวนี้เป็นรถบัสคันใหญ่ที่มารับชาวคณะเต็มคันรถ เพื่อที่จะไปกินอาหารค่ำ คราวนี้เราออกนอกเมืองไปไกลราว ๆ 40 นาที

รถบัสซึ่งมีไกด์นำเที่ยวถือไมค์เล่าเอนเตอร์เทนเราไปตลอดทาง เบนหัวเลี้ยวเข้าไปส่งพวกเราที่ร้านอาหารที่เป็นลักษณะของสวนอาหาร ใหญ่โต กว้างขวาง ภายในตกแต่งสไตล์พื้นเมือง ระหว่างกินอาหารพื้นเมือง มีการแสดงบนเวทีเป็นโชว์ระบำของชาวฮาวายเอี้ยนให้ดู อาหารอร่อย และโชว์ก็สนุก ช่วงท้ายยังมีการชวนทุกคนลุกขึ้นโยกย้ายส่ายสะโพกในสไตล์อาโลฮ่าฮาวายเอี้ยนด้วย


การแสดงระบำฮาวาย


เช้าวันรุ่งขึ้น ไม่มีรถมารับแล้ว เจ้าบ่าวและเจ้าสาวพาผู้ที่สนใจ (บางคนก็ไม่สนใจเพราะยังนอนไม่ตื่น) ขึ้นรถเมล์ไปราว ๆ 15 นาที ถึงชายหาดแห่งหนึ่งซึ่งสวยงามและเป็นชายหาดที่สามารถดำน้ำแบบสน็อกดูปลาได้ เราใช้เวลาครึ่งวันเช้าด้วยกัน ก่อนจะแยกย้าย แขกบางคนเลือกที่จะเดินทางกลับในคืนวันนั้น บางคนก็อยู่ต่อ แต่ก็ถือว่างานแต่งงานเสร็จสมบูรณ์และฮันนีมูนไปด้วยเสร็จสรรพ ส่วนเจ้าบ่าวและเจ้าสาวก็แยกตัวไปฮันนีมูนกันเองต่อที่เกาะอื่นในหมู่เกาะฮาวาย

บรรยากาศทั้งหมดที่ฉันไปแล้ว เป็นบริการที่ฮาวายจัดอำนวยความสะดวกให้กับคู่แต่งงาน ทำให้งานแต่งงานนั้นมีครบทุกอารมณ์ ทั้งหรูหรา โรแมนติก สนุกสนาน สวยงาม อบอุ่น และสะดวกสบาย และเป็นคำตอบให้กับคำถามที่ฉันตั้งไว้ต้นเรื่องว่า ทำไมผู้คนจึงนิยมไปจัดงานแต่งงานที่ฮาวาย ? คำตอบก็เป็นดั่งที่ฉันเล่าไปแล้วทั้งหมดนั่นแหละ


และงานแต่งงานนี้ก็เป็นงานแต่งที่ฉันประทับใจมากที่สุดเลยทีเดียว แม้จะต้องเดินทางนั่งเครื่องบินไปไกลถึง 11 ช.ม. ก็ตาม แหม...นี่ถ้ายังไม่ได้แต่งงานนะ ฉันก็จะฝันว่าขอไปจัดงานแต่งที่ฮาวายด้วยบ้างเหมือนกัน


ภาพประกอบเป็นผลงานของผู้เขียนเคยเผยแพร่ในเฟซบุ๊ก Yuy Anatta


Writer


เรียนและรักษ์ภาษาไทย ชอบออกไปดู ไปดม ไปชมโลกด้วยความหลงใหลแล้วนำกลับมาเล่า


เจ้าของผลงาน E-Book 


เที่ยวเมลเบิร์นด้วยตัวเองไปกับรถรางสาย 35

  

ติดตามผลงานอื่น ๆ ได้ที่  

          

           

ความคิดเห็น

  1. ขอบคุณภาพสวย ๆ และบทความดี ๆ ค่ะป้ายุ้ย

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ยินดีค่ะ ขอบคุณที่ชอบนะคะ

      ลบ

แสดงความคิดเห็น