ขึ้นเครื่องบินจะไปลงที่หนึ่ง แต่กัปตันพาไปส่งอีกที่หนึ่ง แบบนี้ก็ได้เหรอ ?

ตอบ แบบนี้ก็ได้จ้า

การเดินทางมักมีอะไรให้เราตื่นเต้นลุ้นตัวโก่งกันอยู่เสมอ อย่างเช่นเหตุการณ์ในครั้งหนึ่งที่ฉันตั้งใจเดินทางไปเที่ยวที่เมืองโกล์ดโคสต์ รัฐควีนสแลนด์ ประเทศออสเตรเลีย


เหตุการณ์มีอยู่ว่า ในวันที่ออกเดินทางจากเมืองเมลเบิร์น รัฐวิคตอเรีย ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งปกติใช้เวลาในการบิน 90 นาที แต่ก่อนหน้าที่จะเดินทางเพียง 3 วัน เกิดมีพายุเข้าถล่มประเทศออสเตรเลียแทบจะทั้งประเทศ ไม่เว้นแต่รัฐควีนสแลนด์ ดินแดนแห่งแสงแดดที่ฉันกำลังจะไปเยือนด้วย แต่ทุกอย่างได้ถูกจองไว้หมดแล้ว The show จึงต้อง must go on ละค่ะ


เริ่มกันตั้งแต่การเดินทางออกจากบ้านที่เมลเบิร์นเพื่อที่จะไปสนามบิน ฝนยังคงตกหนัก และแน่นอน เป็นปัญหาเดียวกันทั่วทั้งโลกคือ เมื่อฝนตก รถก็จะติด เป็นทำมะด๊า ธรรมดา


ลุ้นกันแทบแย่ กลัวว่าจะไปถึงสนามบินไม่ทัน แต่พอไปถึงแล้ว กลายเป็นว่าไฟล์ทดีเลย์ค่ะ เนื่องด้วยสภาพอากาศนั่นแหละ ทำให้ทุกอย่างรวนไปหมด


เฝ้ามองไฟล์ทของเราที่เลื่อนเวลาออกไปเรื่อย ๆ

เมื่อขึ้นเครื่องได้ก็คิดว่าเรื่องจะจบ แต่มันไม่ใช่อย่างนั้นนะเซ่ เนื่องจากสถามบินโกล์ดโคสต์ สนามบินปลายทางที่เป็นจุดหมายของเรา มีข้อกำหนดเคอฟิวอยู่ที่เวลา 11 p.m. หรือ 5 ทุ่ม หลังจากเวลา 5 ทุ่ม สนามบินจะปิดไม่สามารถลงจอดได้

ตอนที่อยู่บนเครื่อง เราไม่รู้เลยว่าจะมีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น ไม่รู้ว่าเราอาจจะลงจอดที่สนามบินโกล์ดโคสต์ไม่ได้เพราะเวลากระชั้นเหลือเกิน แต่ตอนนั้นมีความรับรู้บางอย่างสัมผัสได้ว่า กัปตันนี่เหยียบคันเร่งแบบสุด ๆ แล้ว อารมณ์แบบนั่งสาย 8 เมล์นรกยกล้อยังไงยังงั้นเลย


แต่สุดท้ายก็ไม่ทันจริง ๆ ทางออกที่ดีที่สุดที่กัปตันจะจัดการให้พวกเราได้ก็คือ บินไปลงที่สนามบินบริสเบนแทน ซึ่งเป็นสนามบินที่ใกล้กับสนามบินโกล์ดโคสต์ที่สุดแล้ว


พอเครื่องจอด เสียงพนักงานต้อนรับบนเครื่องกล่าว ขอต้อนรับผู้โดยสารทุกท่านสู่บริสเบน ฉันก็เหวอ ๆ ไปแป๊บหนึ่ง คิดว่าตัวเองขึ้นเครื่องผิดลำรึไง ? เดินงง ๆ ออกจากเครื่องบิน และได้รับจดหมายจากทางสายการบิน จึงได้ถึงบางอ้อว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง


จดหมายจากสายการบิน

ในจดหมายแจ้งให้ทุกคนไปรับกระเป๋าและเตรียมตัวไปขึ้นรถบัส ซึ่งจะพาเราขับไปส่งยังสนามบินโกล์ดโคสต์ ใช้เวลาเดินทาง 90 นาที (เท่า ๆ กับระยะการเดินทางที่เรามาจากเมลเบิร์นนั่นแหละ)


ในวินาทีนั้น ฉันตัดสินใจไปคุยกับบริษัทเช่ารถที่ได้ติดต่อเช่าเอาไว้ที่สนามบินโกล์ดโคสต์ว่าจะขอรับรถที่สนามบินบริสเบนแทนได้ไหม เจ้าหน้าที่บอกว่า สามารถยกเลิกการจองเดิมแล้วจองรถใหม่ได้ แต่ราคาสูงกว่าของเดิมที่จองไว้เป็นเท่าตัว หลังจากที่คำนวนทุกอย่างในใจแล้ว ฉันตัดสินใจว่าเช่ารถใหม่แล้วขับไปที่บ้านพักที่จองไว้ที่โกลด์โคสต์เลยง่ายกว่าที่จะไปกับรถบัส เพราะตอนนั้นเรามีลูกเล็กไปด้วย และท่าทางเขาแย่เต็มทนเพราะเหนื่อยกับการเดินทางที่ยาวไกล


ถนนมุ่งหน้าสู่โกลด์โคสต์

หลังจากขับรถเป็นระยะทาง 130 กม. เราเดินทางถึงที่พักที่โกล์ดโคสต์โดยสวัสดิภาพ และ หลับเป็นตาย


ตื่นเช้าด้วยความหิวโหย ออกจากโรงแรมที่พัก เจอร้านอาหารที่อยู่ติด ๆ กัน หน้าตาดูดีมาก เลยตรงเข้าไปฝากท้องทันที


ร้านคาเฟ่ข้างโรงแรม

หลังจากที่เล่าให้เจ้าของร้านอาหารฟังถึงเอดเวนเจอร์ของพวกเราตลอดคืนที่ผ่านมา เขาจึงจัดอาหารมาให้แบบว่ากะให้อิ่มไปทั้งเดือน ฮ่า ๆ ๆ แล้วเรื่องนี้ก็จบลงแบบ Happily ever after


มื้อหนักจัดเต็ม


ภาพประกอบเป็นผลงานของผู้เขียน


~ จุดหมายอาจไม่ใช่ที่สุดของการเดินทาง ~


Writer



เรียนและรักษ์ภาษาไทย ชอบออกไปดู ไปดม ไปชมโลกด้วยความหลงใหลแล้วนำกลับมาเล่า


เจ้าของผลงาน E-Book 



เที่ยวเมลเบิร์นด้วยตัวเองไปกับรถรางสาย 35

  

ติดตามผลงานอื่น ๆ ได้ที่  

          

             

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น